มีผู้ออนไลน์ในเว็บขณะนี้ 117 คน
 

โทรศัพท์ฉลาด มีส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มขึ้นทุกที เป็นการเปลี่ยนยุคของการใช้โทรศัพท์มือถือ หลายคนที่สนใจโทรศัพท์ฉลาด อยากลองใช้บ้าง พี่สาวของผม ซึ่งเดิมไม่ชอบใช้ของไฮเทค ก็เปลี่ยนใจมาใช้ พอใช้คล่องแล้วก็ไม่กลับไปใช้โทรศัพท์มือถือธรรมดาอีกเลย บอกว่าใช้แบบเดิมไม่เป็นเสียแล้ว ดูราวกับว่ามีมนต์ขลังอะไรบางอย่าง ผูกใจผู้ใช้โทรศัพท์ฉลาดอยู่อย่างนั้น มาดูกันว่า การใช้โทรศัพท์ฉลาดนั้น ง่ายหรือยากอย่างไร

การใช้งานห้าอย่างยอดนิยมของโทรศัพท์ฉลาดคือ เล่นเน็ต ตอบอีเมล ใช้แอพ (โปรแกรมเสริม) ถ่ายรูป และสุดท้ายใช้โทร (และเอสเอ็มเอส) สามอย่างแรกยุ่งเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต สิ่งแรกที่ต้องรู้ คือ โทรศัพท์ฉลาดต่ออยู่กับอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการโทรศัพท์ ให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่โทรศัพท์โดยผ่าน 3จี คิดค่าบริการตามปริมาณข้อมูล นอกจากนั้น โทรศัพท์ฉลาดยังต่อเน็ตผ่านไวไฟได้ บริการอินเทอร์เน็ตผ่านไวไฟ เห็นอยู่สามแบบ คือ ในที่ทำงาน (หรือสถานศึกษา) บริการเอกชน (ต้องจ่ายเงิน) และ อินเทอร์เน็ตที่บ้าน (เช่น มาพร้อมกับสายโทรศัพท์) เนื่องจากค่าบริการอินเทอร์เน็ตมีหลากหลาย เรามักเลือกใช้ให้เหมาะกับราคา ใช้ผ่านไวไฟ มักมีความเร็วสูงกว่า 3จี และราคาถูกกว่า ใช้ผ่าน 3จี ไปได้เกือบทุกที่จึงสะดวกกว่าเราสามารถตั้งโทรศัพท์ให้ใช้แบบใดก็ได้ เพื่อความประหยัด

เรื่องที่สองคือ โทรศัพท์ฉลาด ผูกพันกับผู้ผลิตซอฟต์แวร์ของเครื่อง นั่นก็คือสามค่ายใหญ่ กูเกิล แอปเปิล และไมโครซอฟท์ ดังนั้น การเลือกค่ายจึงมีผลต่อการใช้งาน คือ การตั้งเครื่องต่างกัน บริการที่มีให้ต่างกัน ชนิดของแอพ และ รูปลักษณ์การใช้งานบนจอ ก็ต่างกันไป เราต้องมี “บัญชี” กับค่ายเหล่านี้ก่อน จึงสามารถ “เปิด” บริการใช้โทรศัพท์ฉลาดได้ วิธีสร้างบัญชีคือการไป “สมัคร” ให้ข้อมูลส่วนตัว ค่ายใครค่ายเขา เช่น กูเกิลก็ต้องมีบัญชีจีเมล แอปเปิลก็ต้องมี Apple ID ซึ่งต้องให้ข้อมูลบัตรเครดิต ไมโครซอฟท์ มีบัญชีฮอตเมล เมื่อเปิดบริการแล้วจึงจะเอาไปโหลดแอพเพิ่มเติม หรือซื้อของต่าง ๆ เช่น เพลง และเกมต่าง ๆ ได้ การเปิดบัญชีและบริการพื้นฐานทั้งหมดฟรีครับ คือ เล่นเน็ต ตอบอีเมล เก็บข้อมูล ดูแผนที่ แต่อย่าลืมว่าต้องเสียค่าอินเทอร์เน็ต การสมัครเข้าค่ายนี้ ทำบนโทรศัพท์เลยก็ได้ แต่ทำบนคอมพิวเตอร์จะสะดวกกว่า

การสมัครและกรอกข้อมูลต่าง ๆ ควรทำเอง และจดชื่อผู้ใช้ (username ซึ่งเราตั้งเอง) กับรหัสผ่านไว้ในสมุดเล็ก เก็บแยกไว้ด้วย ในอนาคตเราต้องกลับมาดูอีก ที่ควรทำเอง ไม่แนะนำให้ที่ร้านทำให้เพราะเป็นข้อมูลส่วนตัว และพัวพันถึงเรื่องเงิน ไม่ปลอดภัยที่จะให้ผู้อื่นรู้ อีกทั้งเราต้องจำ และจดชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเป็นความลับด้วย ไม่ทำเองเดี๋ยวจำไม่ได้

เรื่องที่สาม การใช้โทรศัพท์ฉลาดคือการใช้บริการต่าง ๆ ที่มีบนอินเทอร์เน็ต ทั้งโดยตรงจากค่าย (ที่ให้บริการเฉพาะระบบของตัวเอง) และบริการสาธารณะ (ระบบไหนก็ใช้ได้) อย่างแรกสุดที่ต้องรู้คือ ข้อมูลพื้นฐาน เช่น รายชื่อผู้คน และปฏิทินนัดหมาย แต่เดิมอยู่ในแผ่นซิม หรืออยู่ในเครื่องโทรศัพท์ พอโทรศัพท์หาย ข้อมูลก็หายไปด้วย ผมเจอเหตุการณ์นี้มาสองครั้ง ครั้งแรกเครื่องหาย ไปลืมไว้ที่ตลาด กลับไปหาไม่เจอ ครั้งที่สองถูกขโมย การที่ข้อมูลหายนับเป็นโชคดีของผม แต่เป็นโชคร้ายของคนที่ทำงานกับผมเพราะติดต่อผมไม่ได้ (ปกติผมไม่ค่อยติดต่อคนอื่น มีแต่คนมาทวงงาน) และตารางนัดหมายหายไปหมด ผมเลยถือเสียว่าไม่มีงาน พักผ่อนตามสบาย (ภรรยาโกรธแทบตาย) เมื่อมีโทรศัพท์ฉลาดแล้ว ข้อมูลรายชื่อและปฏิทินจะถูกสำเนาอัตโนมัติไปยังผู้ให้บริการค่ายของเรา (เมื่อต่อเน็ต) พอโทรศัพท์หายหรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ เพียงแค่ลงชื่อเข้าใช้ใหม่ ข้อมูลก็จะกลับคืนมาหมด นี่เป็นความวิเศษอย่างยิ่ง (ผมเลยหมดข้ออ้างผัดผ่อนงาน)

เรื่องที่สี่ ความเป็นส่วนตัว โทรศัพท์ฉลาดผูกกับ “บัญชี” ของเรามาก รวมถึงการจ่ายเงินด้วย (จำได้ไหมว่า ค่ายแอปเปิลขอเบอร์บัตรเครดิตไว้ด้วย) ควรพึงระมัดระวังมากกว่าการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป เพราะมีข้อมูลส่วนตัวมากมายจำอยู่ในโทรศัพท์ รวมถึงที่ต้องไปลงทะเบียนไว้บนอินเทอร์เน็ตเพื่อขอใช้บริการต่าง ๆ โทรศัพท์ฉลาดบอกกระทั่งตำแหน่งที่เราอยู่ ปีที่แล้วผมมี “เซอร์ไพร้ส์” มาจากเฟซบุ๊ก เขาส่งข้อมูลว่าผมเดินทางไปไหน เมื่อไร ทั้งปี มาให้ดู รวมทั้งข้อเสนอขายตั๋วเดินทางราคาพิเศษ! ที่ผมประหลาดใจก็เพราะว่าผมไม่เคยเปิด “ข้อมูลตำแหน่ง” ด้วยซ้ำไป (เปิด-ปิดในโทรศัพท์ได้) แต่เนื่องจากผมไปใช้ไวไฟในที่ต่าง ๆ หลายประเทศที่เดินทางไป และติดต่อกับครอบครัวโดยเฟซบุ๊ก ผู้ให้บริการเลยรู้ที่อยู่ผมจากตำแหน่งไวไฟนั่นเอง นอกจากนี้ ถ้าใครมีชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของเราก็สามารถใช้ “ทุกอย่าง” ของเราได้หมด (รวมทั้งเงินในบัตรเครดิต) จึงต้องระวังเรื่องความเป็นส่วนตัวนี้ ในอนาคตจะมีได้น้อยลงเรื่อย ๆ เพราะระบบไอทีบังคับ การให้ข้อมูลใด ๆ ในบริการบนอินเทอร์เน็ต ขอให้สังวรไว้ด้วยว่าควรให้เท่าที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้นพอ

โทรศัพท์ฉลาดน่าใช้หรือไม่ ต้องบอกว่าสำหรับคนที่ใช้แชตกับเพื่อน อยู่กับสังคมออนไลน์ อ่านข่าวนิดหน่อย ถ่ายรูปแปะไว้ให้คนอื่นดู หรือคนทำงานที่ต้องติดต่อโดยอีเมลบ่อย ๆ และมีการนัดหมายงาน ใช้โทรศัพท์ฉลาดสะดวกมากครับ ถึงแม้ว่าผมจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน แต่โทรศัพท์ฉลาดนั้นสะดวกกว่ามาก พกติดตัวตลอดเวลา เปิดปุ๊บติดปั๊บ

สิ่งที่ผมใช้น้อยที่สุดในโทรศัพท์ฉลาดคือโทรคุยครับ แต่มีเรื่องเล่าชวนคิดอยู่เรื่องหนึ่ง เมื่อต้นปี ผมซื้อโทรศัพท์ฉลาดสุดล้ำ โอ่อ่าตระการตา สีถูกใจ ไปให้พี่ชายเป็นของขวัญตรุษจีน โดนพี่ชายด่าครับ ว่า ชีวิตฉันสบายดีอยู่แล้ว อย่าเอาโทรศัพท์อย่างนี้มาทำให้ชีวิตลำบาก ก็มีส่วนจริงเหมือนกันนะครับ

เดือนหน้าจะเป็นช่วงเวลา “ออกของใหม่” ของโทรศัพท์มือถือทุกยี่ห้อมาแข่งกัน เพื่อชิงลูกค้าในเทศกาลปลายปี ดังนั้นอีกสองสามเดือนข้างหน้าจะมีสินค้าใหม่มาให้เลือกมากมาย ซื้อรุ่นใหม่ล่าสุดก็จะราคาแพง ถ้าซื้อรุ่นเก่าแล้วหนึ่งปีก็จะราคาถูกลงมาก ซื้อโทรศัพท์ฉลาดเลือกที่จอใหญ่ ๆ จะสบายตามากนะครับ เพื่อนร่วมงานของผมคนหนึ่งซื้อโทรศัพท์จอแปดนิ้ว เลย แต่เธอใส่ในกระเป๋าถือ พวกผู้ชายพกใส่กระเป๋ากางเกงจึงเลียนแบบไม่ได้ครับ.

ศ.ดร.ประภาส จงสถิตวัฒนา
ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์
คณะวิศวกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

link preview on facebook