มีผู้ออนไลน์ในเว็บขณะนี้ 107 คน
 
และแล้วก็มาถึงการเปิดตัวของโทรศัพท์มือถือยอดนิยมอย่าง samsung galaxy s20 แน่นอนว่าการเปิดตัวครั้งนี้ เรียกกระแสในโลกโซเชียลได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก galaxy s20 นี้มีความโดดเด่น และสามารถก้าวนำคู่แข่งไปได้อีกขั้น โดยการออกแบบออกจะดูใกล้เคียงกับรุ่นที่ออกมาก่อนหน้านี้สักนิดนึง แต่จะไปเน้นในเรื่องของประสิทธิภาพและกล้องที่เป็นตัวชูโรง ซึ่งสามารถทำได้ออกมาอย่างยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลกมือถือสำหรับปี 2020 

ก่อนหน้านี้เราคงได้เห็นโทรศัพท์มือถือหลายรุ่นที่ออกมา ซึ่งก็เน้นในเรื่องของกล้องเป็นจุดขาย และตั้งแต่เมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา ก็เริ่มมีบางค่าย เน้นในเรื่องของการซูม บนโทรศัพท์มือถือ สำหรับโทรศัพท์ สมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่สามารถซูมภาพได้มากที่สุด นั่นก็คือ huawei p30 นั่นเอง ตามมาด้วยค่ายจีนอีกค่ายอย่าง OPPO ซึ่งก็เน้นในเรื่องของพลังสูงด้วยเช่นกัน มาในปี 2020 นี้ samsung ประกาศเปิดตัว galaxy s20 ที่สามารถสูงได้ถึง 108 เท่า โดยเรียกว่า space zoom เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดีในการกดตัวครั้งนี้ โดยรุ่นที่เปิดตัวมามี galaxy s 20 รุ่นปกติ ตามมาด้วย s20+ และสุดท้ายรุ่นที่เปิดตัว ก็คือ samsung galaxy s20 ultra 5g โดยทั้ง 3 รุ่นนี้แตกต่างกันที่ขนาด ลูกเล่นและประสิทธิภาพการใช้งาน ซึ่งรุ่นที่ไฮไลท์ก็คือรุ่น galaxy s 20 ultra 5g จัดเป็นรุ่นที่ มีประสิทธิภาพเครื่องมากที่สุด และจัดเต็มในทุกอย่าง แต่จะมีน้ำหนักที่มากกว่า 2 รุ่นที่กล่าวมา 

2020213134023-Untitled-1.jpg (700×447)

samsung galaxy s20 ทุกรุ่นนั้นจะรองรับการถ่ายวีดีโอที่ 8K ซึ่งเกือบจะเรียกได้ว่ามากที่สุดในปัจจุบันที่กล้องมือถือสามารถถ่ายได้ แต่ถึงกระนั้นการถ่ายวีดีโอที่ความละเอียดสูงถึง 8K จะแสดงผลได้อย่างเต็มที่ได้ก็ต้องเปิดดูบนหน้าจอที่รองรับความละเอียด 8k ด้วยเช่นกัน อาทิเช่นบนโทรทัศน์ที่รองรับ ซึ่งหน้าจอโทรศัพท์มือถือทุกรุ่นในปัจจุบันยังไม่มีจอรุ่นไหนที่สามารถรองรับความละเอียดได้ถึง 8K ได้

โดยสเปคคร่าวๆของทั้ง 3 รุ่นมีดังนี้
2020213125812-Untitled-1.jpg (700×384)



สำหรับราคาและสเปคอื่นๆในรุ่นต่างๆ มีดังนี้

เริ่มกันด้วย galaxy s20 รุ่นปกติ จะมีหน่วยความจำอยู่ที่ 8gb และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 128 gb ส่วนหน้าจอนั้นมีขนาด 6.2 นิ้ว หน้าจอมีรีเฟรชเรท 120hz บนความละเอียดของหน้าจอแบบ Quad HD ด้วยขนาดของหน้าจอที่เล็กที่สุดในบรรดาทั้ง 3 รุ่นจึงจัดว่าเป็นรุ่นที่มีขนาดที่จับได้พอดีมือเลยทีเดียว โดยจะมาพร้อมกับกล้อง 3 ตัว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แล้วมีเลนส์เทเลโฟโต้ 64 ล้านพิกเซล และเลนส์ ultra wide อีก 12 ล้านพิกเซล รองรับการใช้ micro SD card และแบบ 2 ซิม ด้วยถาดซิมแบบ hybrid โดยจะเหมือนกันทั้ง 3 รุ่น ในรุ่นนี้มี 3 สีให้เลือกดังนี้ สีเทา สีฟ้า สีชมพู

      ราคาเปิดตัวประมาณ 28,900 บาท

 

มาต่อกันที่ galaxy s20+ ซึ่งเป็นรุ่นที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น จะมีหน่วยความจำอยู่ที่ 8gb และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 128 gb ส่วนหน้าจอนั้นมีขนาด 6.7 นิ้ว หน้าจอมีรีเฟรชเรท 120hz บนความละเอียดของหน้าจอแบบ Quad HD เท่ากันกับตัว s20 รุ่นปกติ โดยจะมาพร้อมกับกล้อง 3 ตัว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แล้วมีเลนส์เทเลโฟโต้ 64 ล้านพิกเซล และเลนส์ ultra wide อีก 12 ล้านพิกเซล ซึ่งรายละเอียสเปคของกล้องจะเหมือนกับรุ่น s20 ปกติ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามานั่นคือ การถ่ายภาพที่มีมิติที่ดีขึ้นด้วยระบบ DepthVision ซึ่งมีผลในการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ออกมาดีกว่ารุ่นปกติ ในรุ่นนี้มี 3 สีให้เลือกดังนี้ สีเทา สีฟ้า สีดำ

     ราคาเปิดตัวประมาณ 31,900 บาท

2020213133750-Untitled-1.jpg (700×273)

โดยรุ่นสุดท้ายที่มีการเปิดตัวซึ่งถือว่าเป็นตัวท๊อปที่เป็นไฮไลท์ มันคือ samsung galaxy s20 ultra จัดเต็มในทุกฟังก์ชั่นการใช้งานและสเปคที่เหนือกว่า 2 รุ่นที่ผ่านมา โดยในรุ่นนี้จะมาพร้อมกับหน่วยความจำถึง 12 gb มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นที่ 128 gb ไปจนถึง 512 gb โดยในรุ่นนี้จะมีขนาดจอที่ใหญ่ที่สุดคือ 6.9 นิ้ว หน้าจอมีรีเฟรชเรท 120hz หลายคนอาจจะคิดว่าทำไมมันใหญ่จังแต่หากนำมาเทียบกับ samsung galaxy note 10+ ก็จะรู้ทันทีว่ามันมีขนาดเกือบจะเท่ากันแต่มีความสูงของตัวเครื่องที่มากขึ้น ซึ่งเป็นผลของการทำจอในรูปแบบ 20:9  น้ำหนักของรุ่นนี้อยู่ที่ 220 กรัม ซึ่งก็ถือว่ามีน้ำหนักทีเดียว แต่ก็ไม่ได้หนักเกินไปที่จะพกพา ในส่วนของกล้องนั้นจัดเต็มมาด้วยกล้องที่มีความละเอียดสูงกว่า 2 รุ่นที่ผ่านมา โดยกล้องหลังมีความละเอียดสูงถึง 180 ล้านพิกเซล และใช้กล้อง Telephoto Periscope 48 ล้านพิกเซล มีกล้อง ultra wide 12 ล้านพิกเซล การซูมภาพในรุ่นนี้จะซูมได้ถึง 108 เท่าซึ่งมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาและมีระบบ AI ช่วยประมวลผลในการซูมเพื่อให้ภาพที่ถ่ายออกมาได้คุณภาพดีที่สุด มีสีให้เลือกด้วยกันสองสีนั่นคือ สีดำและสีม่วง

 ราคาเปิดตัวประมาณ 39,900 บาท


ที่นี้เราจะมาดู ว่าการซูมดวงจันทร์ ของ samsung galaxy s20 ultra นั้นออกมาจะเป็นอย่างไร ประโยคที่มาของคำว่าซูมถึงดวงจันทร์เราคงได้ยินกันมาตลอด ซึ่งเป็นผลจากการโฆษณาของโทรศัพท์มือถือรุ่นหนึ่งของจีน เมื่อปีที่ผ่านมา นั่นคือ huawei p30 pro ที่สามารถซูมได้ถึง 50 เท่าโดยใช้ดวงจันทร์เป็นตัวอย่างในการซูม มาปีนี้กล้องโทรศัพท์มือถือที่สามารถซูมได้มากที่สุดกลับถูกยกตำแหน่งให้กับ samsung galaxy s20 ultra ซึ่งสามารถซูมได้ถึง 108 เท่า เราจะมาดูผลการเปรียบเทียบกัน ว่าทำออกมาได้ดีแค่ไหนเมื่อเทียบกับโทรศัพท์มือถือที่ออกมาก่อนหน้านี้ทั้งสามรุ่น

ภาพถ่ายทั้งหมดมาจากทีมงาน GizGuide ที่ดำเนินการถ่ายเพื่อเปรียบเทียบในจุดตำแหน่งที่ยืนเดียวกันและจากมุมเดียวกัน

2020213135040-samsung-galaxy-s20-ultra-vs.jpg (700×788)

2020213135117-Untitled-1.jpg (700×464)

ขอขอบคุณภาพการเปรียบเทียบให้เห็นจาก GizGuide
link preview on facebook